วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

แบบฝึกหัดบทที่ ๖



แบบฝึกหัดบทที่ ๖

๑ คัมภีร์กถาวัตถุ โดยวัตถุประสงค์เพื่อ
ก. คัมภีร์ที่แสดงบัญญัติเกี่ยวกับบุคคล
ข. แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ยังคลุมเครือให้แจ่มแจ้ง
ค. พระธรรมจากคัมภีร์ธัมมสังคณีและคัมภีร์วิภังค์
ง. คัมภีร์ที่ ๒ ของพระอภิธรรมซึ่งมีเนื้อหากว้างขว้าง
๒ คัมภีร์กถาวัตถุเกิดในในการสังคายนาครั้งที่
ก             ครั้งที่ ๑                 ข             ครั้งที่ ๒
ค             ครั้งที่ ๓                 ง              ครั้งที่ ๔
๓ คัมภีร์กถาวัตถุ เรื่องที่นำมาซักถามเพื่อชี้ความเห็นผิด บอกความเห็นถูก รวมกี่เรื่อง
ก             ๒๒๕                    ข             ๒๒๖
ค             ๒๓๑                     ง              ๒๔๑
๔ นิกายฝ่ายที่มิได้ถือพระธรรมคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยตรง เรียกว่าอย่างไร
ก             ฝ่ายปรวาที            ข             ฝ่ายสกวาที
ค             ฝ่ายอรัญวาสี         ง              ฝ่ายคามวาสี
๕ หากสกวาทีเป็นฝ่ายถามก่อนเรียกว่า
ก             ปัจจนีกปัญจกะ    ข             อนุโลมปัญจกะ
ค             สัสสตวาที             ง              อลัชชี
๖ เมื่อปรวาทีตอบปัญหาแรกกับปัญหาหลังขัดแย้งกัน    สกวาทีจึงกล่าวข่มด้วยหมวดใด
ก             หมวด ๒ – ๕       ข             หมวด ๓ - ๕
ค             หมวด ๔ - ๕        ง              หมวด ๕ – ๖
๗ เรื่องที่มีนิกาย ปรวาที เห็นผิดมากที่สุดเรื่องอะไร
ก             สติปัฏฐานกถา     ข             อสังขตธรรม
ค             โลกและจักรวาล  ง            กรรม
๘ คัมภีร์กถาวัตถุ แบ่งเป็นกี่ปัณณาสก์
ก             ๕ ปัณณาสก์         ข             ๔ ปัณณาสก์
ค             ๓ ปัณณาสก์         ง              ๒ ปัณณาสก์
๙ มหาปัณณาสก์ มีกี่วรรคและกี่กถา
ก             ๕ วรรค ๒๑ กถา   ข          ๕ วรรค ๕๔ กถา
ค             ๕ วรรค ๔๔ กถา   ง          ๕ วรรค ๕๓ กถา
๑๐ ขุททกปัณณาสก์ มีกี่วรรคและกี่กถา
ก             ๔ วรรค ๒๑ กถา                   ข         ๓ วรรค ๒๑ กถา
ค             ๓ วรรค ๒๑ กถา                   ง          ๑ วรรค ๒๑ กถา
๑๑ มหาปัณณาสก์ กถา แรก ได้แก่
ก             ยมก                        ข             นิคคหะ
ค             ธาตุกถา                 ง              ปุคคลกถา
๑๒ หลักการช่วยในการศึกษาคัมภีร์กถาวัตถุเบื้องต้นคือ
ก             มหาปทานสูตร    ข             อัคคัญญสูตร
ค             กาลามสูตร            ง              สังคีติสูตร
๑๓. ข้อใดบอกความหมายของคัมภีร์กถาวัตถุได้ถูกต้อง
                ก             เป็นคัมภีร์ที่รวบรวมวัตถุ
                ข             เป็นคัมภีร์แสดงกฎหมายทางธรรม
                ค             เป็นธรรมที่ได้จำแนกแยกแยะ
                ง              เป็นคัมภีร์ที่ประมวลสภาวธรรม
๑๔. อนุโลมปัญจกะและปัจจนีปัญจกะมีโครงสร้างเหมือนกันคือข้อใด
                ก             มีใจความเป็นหมวดหมู่
                ข             เป็นฝ่ายปรวาที ๕๐๐ สูตร
                ค             มีหมวด ๕  หมวด
                ง              เป็นวิบัติแห่งทิฏฐิ
๑๕.อนุโลมฐปนาในหมวดที่ ๒ ให้ความหมายอย่างไร
                ก             การถึงอนุโลม
                ข             การตั้งอนุโลม
                ค             การยกอนุโลม
                ง              การตั้งปฏิโลม
๑๖. การแสดงปัจจนีกปัญจกะ คือข้อใด
                ก             สภาวะใดที่จริงแท้มียู่
                ข             เมื่อผู้ตามเห็นว่าขัดแย้งกัน
                ค             เป็นที่ผู้ความอ้างสัจธรรมขึ้นตั้ง
                ง. ปรวาทีเป็นฝ่ายตาม สกวาทีเป็นฝ่ายตอบ
๑๗. อนุโลมปัญจกะและปัจจนีกปัญจกะมีข้อแตกต่างกันอย่างไร
                ก             ต่างกันตรงที่มีหมวด  ๕
                ข             ต่างกันตรงที่ว่าการถามเป็นการถามแบบชิงปฏิเสธ
                ค             ต่างกันตรงที่ปรวาทีเป็นฝ่ายตาม
                ง              ต่างกันตรงที่ สกวาที่เป็นฝ่ายตอบ
๑๘.  พวกที่มีความเห็นว่า โลกมีที่สิ้นสุดก็มี  ไม่มีที่สิ้นสุดก็มี  คือข้อใด
ก.  สัสสตวาที
ข.  อันตานันติทิฎฐิ
ค.  ปัจจัตต
ง. อสังขต
๑๙.  อนุโลมฐปนา  หมายถึง
ก.  การยกอนุโลม
ข.  การถึงอนุโลม
ค.  การตั้งอนุโลม
ง. การวางอนุโลม
๒๐.  หมวดใดเป็นหมวดเพื่อการกล่าวข่มโดยมุ่งให้คำตอบของคำถาม ( ๒  )  ขัดแย้งกัน
ก.  หมวดที่ ๒
ข.  หมวดที่ ๓
ค.  หมวดที่ ๓
ง.  หมวดที่ ๑
๒๑.  ปฎิโลมปาปนา  หมายถึง
ก.  การถึงปฎิโลม
ข.  การจากปฎิโลม
ค.  การให้ปฎิโลม
ง.  การลากปฎโลม
๒๒.  คัมภีร์กถาวัตถุเป็นคัมภีร์ลำดับที่เท่าไรของพระอภิธรรมปิฎก
ก.  ลำดับที่  ๔
ข.  ลำดับที่  ๕
ค.  ลำดับที่  ๖
ง.  ลำดับที่  ๗
๒๓.  มหาสังคีติกะ  แปลว่าอย่างไร
ก.  การทำสังคายนาครั้งใหญ่
ข. การทำสังคายนาเล็กๆ
ค.  การทำสังคายนาแบบทั่วไป
ง.  ถูกทั้งข้อ ก และ ข
๒๔.  นิกายฝ่ายปรวาทียึดถือคำสอนผู้ใดเป็นสำคัญ
ก.  คำสอนของพระอาจารย์ฝ่ายของตนที่กล่าวสืบๆกันมา
ข.  คำสอนของพระพุทธเจ้าโดยตรง
ค.  ไม่ยึดถือคำสอนฝ่ายใดเป็นสำคัญ
ง.  ไม่มีข้อถูก
๒๕.  พระเถระท่านใดทรงภาษิตคัมภีร์กถาวัตถุขึ้น
ก.  พระเจ้าอโศกมหาราช
ข.  พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ
ค.  พระสารีบุตรเถระ
ง.  พระสีวลีเถระ
๒๖. จากความเป็นมาของคัมภีร์กถาวัตถุเริ่มต้นเมื่อปีที่สังคายนาครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ.ใด?
ก.พ.ศ.๑๐๐           ข.พ.ศ.๑๐๕                  
ค.พ.ศ.๑๐๘            ง.พ.ศ.๑๑๕
๒๗. การทำสังคายนาครั้งที่ ๒ มีทัศนะเฉพาะตัวเกี่ยวกับความจริง ซึ่งเป็นฐานของวัตรปฏิบัติทึ่งต่างกันเกิดความแตกแยกเป็นกี่นิกาย?
ก. ๑๖ นิกาย        ข. ๑๗  นิกาย  
ค. ๑๘ นิกาย       ง. ๑๙ นิกาย
๒๘. จากการทำสังคายนาพวกหนึ่งถือมติของการสังคายนาเรียกว่าเถรวาทหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร?
ก. อุดรนิกาย                 ข. พายัพนิกาย              
ค. ทักษิณนิกาย           ง. บูรพานิกาย
๒๙. จากเหตุการณ์ที่ภิกษุฝ่ายที่ไม่ถือมติของการสังคายนาเรียกว่าเถรวาทได้ทำการสังคายนาใหม่เรียกว่ามหาสังคีติกะ และเรียกพวกตนว่าไร?
ก. มหาเถระ        ข. มหาเถรี   
ค. มหาสังฆิกะ     ง. มหาสังฆกรรม
๓๐. จากเหตุการณ์พระอลัชชีมีมากกว่าพระภิกษุแท้พระภิกษุแท้จึงต้องหยุดการทำอุโบสถสังฆกรรมไว้นานกี่ปี?   
ก. ๔ ปี                             ข. ๕ ปี                              ค. ๖ ปี                              ง. ๗ ปี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น